วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2550

บทที่ 1 : มาเริ่มดีดเบสกันเลย



สวัสดีครับ บทนี้เป็นบทแรก ที่ผมจะนำเสนอครับ เอาเป็นเรื่อง ทั่วๆ ไป สำหรับ คนพึ่ง หัด จับเบสนะครับ




  • มารู้จักเบสเบื้องต้นกันดีกว่า เบสเป็นเครื่องดนตรี แบบ ดีดนะครับ คล้ายกะกีตาร์ แต่ ลักษณะการเล่น หน้าที่จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง สายเบสใหญ่ กว่ากีตาร์ ครับ ให้เสียงที่ต่ำกว่า

  • มาตรฐานมี 4 สายครับ แต่เดี๋ยวนี้ เริ่มจะใช้ 5 สาย กันมากขึ้นครับ โดย เพิ่มสายบนสุด ซึ่งให้เสียงต่ำลงไปอีก
  • ตามมาตรฐานแล้ว การตั้งเสียงจะเป็นตามนี้

    video
    สาย 1 โน๊ต G หรือ ซอล




    video



    สาย 2 โน๊ต D หรือ เร


    video

    สาย 3 โน๊ต A หรือ ลา


    video

    สาย 4 โน๊ต E หรือ มี

    การตั้งเสียง เบื้องต้น ตามมาตรฐานแล้วควรตั้งกะ เครื่องตั้งเสียง ซึ่งมีขายตามร้านดนตรีทั่วไป ทั้งแบบ เข็ม หรือ ดิจิตอลประมาณ 600 บาทขึ้นไป (แนะนำให้เลือกแบบที่ตั้งได้ค่อนข้างละเอียด เพื่อ เผื่อในอนาคตใช้ตั้ง Action ของตัวเบสได้) และควรจะใช้เครื่องนะครับเพราะ ให้ความสะดวกมากกับการเข้าเล่นในการซ้อมกะเพื่อนหรือขึ้น เวที และ ชัวร์กว่าใช้หูในการฟัง แต่ สำคัญคือเราต้องหัดใช้หูในการฟังไว้ด้วยนะครับ เผื่อเผอิญ สายเพี้ยนกระทันหันได้ฟังออกและแก้ไขสถานการณ์ได้ทันที การตั้งเสียง มาตรฐานเป็นดังนี้

    สมมุติว่าได้เสียงสายเปล่าบนสุดที่ต้องการแล้ว ก็ เล่นเสียงที่เฟร็ต 5 ให้เท่ากะเฟร็ตเปล่าของสายต่อไปครับ

    อันนี้ตั้งกะ เปียโนหรือ คีย์บอร์ด

    เทียบกะโน๊ตบนกุญแจฟาได้ตามนี้นะครับ


  • มาเริ่มบีดลูกบิดกัน ลองบิดดูครับแล้วจำว่าทางไหน สายตึงขึ้น ทางไหนสายหย่อนลง สายตึงขึ้นจะเสียงแหลมขึ้นครับ ถ้าหย่อน ก็จะต่ำลง ลองปรับกันดูครับ

  • อืม พอตั้งเสร็ตไปรอบนึงต้อง ตั้งซ้ำนะครับ อีก 2-3 รอบ เพราะ ว่า เมื่อ ตั้งเสร็จทุกสายแล้ว คอของเบสจะงอลงเล็กน้อยทำให้สายหย่อนได้อีก จึงต้องตั้งทวนใหม่อีกครั้งครับ เอาให้เป๊ะเลย



  • อันนี้ เครื่องตั้งสายหรือ Tuner โดยทั่วไป จะซื้อแบบที่เรียกว่า Chromatic Tuner คือ สามารถจูนได้ทุกตัวโน๊ต แบบอื่น ๆ ก็จะมีที่ตั้งเครื่องดนตรีอื่นได้ อย่างเช่น กีตาร์โปร่ง ไวโอลิน ได้ เพราะ มี ทั้งไมโครโฟนและ สายแจ๊คเสียบ ตัวเครื่องมีแบบเครื่องเล็กๆ ไว้พกพา หรือ ว่าแบบคล้ายเอ๊ฟเฟ็ค เป็น ที่เหยียบไว้ บวกเข้ากับชุดเอ๊ฟเฟ็คครับ


    ท่าทางในการเล่น การวางตัว วางเบส
  • สำคัญครับ ควร จะอยู่ในท่าสบายหลังตรง ทำให้ มือซ้ายของเราเคลื่อนไหวไปมาบน คอ ได้อย่างอิสระ เนื่องจาก ตัวเบส คอเบส จะยาวกว่ากีตาร์ ทำให้บางทีน้ำหนัก จะเอียงไปทางคอเล็กน้อย ซึ่งไม่เหมือนกับกีตาร์ ซึ่งค่อนข้างจะวางบนตักได้ง่ายกว่า ไม่เป็นไรครับ เราสามารถ ใช้ ข้อศอกขวา กดที่ตัวเบส นิดนึง ให้ คอ เอียงขึ้นด้านบนเล็กน้อย ซึ่ง จะทำให้เราเล่นเบสด้านปลาย ๆของคอได้ดีกว่าไม่ปวดข้อมือมาก
  • การวางท่าทางตามนี้ ใช้เป็นส่วนนึงในการเลือกเบสมาเล่นซักตัวนะครับ พวกที่ คอหนัก ๆมาก ๆเอียงลงตลอด ไม่ สมดุล ก็ไม่ควรเลือกมากเล่น ครับ มันทำให้เราใช้แรงจากข้อศอกขวามากจนเกินไป ทำให้เราดีดไม่สะดวกครับ เป็นเบสที่ไม่ดี เวลาเลือกเบสจึงควรคำนึงถึงตรงนี้ด้วยนะครับ


    การใช้สายสะพาย

สายสะพายมีหลายแบบมากครับ ขึ้นอยู่กะ เงินในกระเป๋านะครับ เลือกแบบที่ทนทานนะครับ จะ แป๊ก กะ ตัวจับ กับ เบสก็ได้ แล้วแต่ชอบนะครับ ส่วนตัว ผม ชอบ แบบ หน้ากว้าง ๆอ่ะ ครับ ทำให้เจ็บหัวไหล่น้อยอ่ะครับ เพราะ มีพื้นที่รับแรงค่อนข้างจะมาก แต่ก็ขึ้นอยู่กะน้ำหนักเบสด้วยครับ การสะพาย ก็ควรจะสะพายสูง นิดนึงครับ ให้เหมือนกับเวลาเรานั่งเล่น คือให้อยู่ในระดับเดียวกัน ช่วยให้เรา เล่นได้ถนัดขึ้นด้วยครับ แต่อันนี้ แล้วแต่นะครับ ไม่ได้บังคับ บางคนใช้ ปิ๊คเล่น ก็อาจต้องแขวนต่ำนิดนึง Tip! อีกอย่างคือ ให้ระวัง หัวเข็มขัด ขูดที่ตัวของ กีตาร์เบสนะครับ






มาดูส่วนประกอบของเบส กัน ชื่อเรียก และ หน้าที่ครับ








1.Tunning ก็คือตัวปรับสาย ตั้งสาย

2.Nut สะพานสาย ด้านบน เฟร็ตที่ 0 หรือสายเปล่า มีหลายชนิดให้เสียงที่ต่างกัน

3.Fingerboards เป็นที่ๆให้เรากดเคลื่อนตัวโน๊ต มีไม้หลายชนิดให้ลักษณะของเสียงที่ต่างกันเช่นกัน

4.Frets เหล็กตามช่อง ความยาวของคอมีหลายขนาด มาตรฐาน ของ เบส 4 สาย จะเป็น Scale 34 หมายถึง จากนัดจนถึง สะพานสายยาว 34 นิ้ว

5.Bridge หรือสะพานสาย มีหลายชนิด ทั้งแบบแยกอิสระ หรือติดกัน วัสดุก็ต่างกัน ใช้ในการตั้ง Action Notation

6.Body หรือตัวเบส ทำจากเนื้อไม้เป็นส่วนใหญ่ มีหลายชนิดให้เสียงต่างๆ กัน ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการเลือกซื้อเบส

7.Pickup ตัวรับเสียงเป็นแถบแม่เหล็กไว้แปลสัญญาณการสั่นของสายออกมาเป็นเสียง มีหลายแบบ ให้เสียงที่ต่าง ๆกัน

8.Truss Rod ที่ไขคอ อาจอยู่ด้านหัวหรือปลายก็ได้ ไว้ ไขปรับความโค้งของคอ


แจ๊ค และ ลำโพง ขยายเสียง

แจ๊คเอา ไว้ ต่อ เบสเข้ากับ ตู้แอมป์ครับ แจ๊คที่ใช้กันทั่วไป เรียก แบบ Unbalanced ครับ มี ขี้ดำขีดเดียวครับ เมื่อเสียบแจ๊คแล้ว ไม่ควรที่จะหมุน แจ๊คไปมาโดย เด็ดขาด เพราะ จะทำให้ ตัวบัดกรีขาดภายในได้ง่ายครับ

ที่ลำโพง เขาเรียกว่า Amplifier หรือภาคขยาย เรียก ง่าย ๆว่า แอมป์นะครับ เป็นตัวจ่ายไฟ มาให้ เบสให้สามารถทำงานได้ แล้วขยายเสียง โดยทั่วไป จะ มาคู่ กะ ลำโพง แบบนี้เค้าเรียกว่า Combo Amp ครับ แอมป์ กะลำโพงมาด้วยกัน แบ่ง ตามความดัง โดยเรียก เป็น วัตต์ อ่ะ ครับ เบส จะ ใช้ 40 -50 ขึ้นไป ครับ ตามห้องซ้อม จะ ประมาณ 100 วัตต์ขึ้นไป แล้วแต่ความต้องการ ถ้า แอมป์และลำโพงแยกกัน เค้าจะ เรียกว่า Amplifier กะ Cabinet (ดอกลำโพง) ครับ อันนี้ บางที เค้า อยากที่จะได้ ดอกลำโพงยี่ห้ออื่นอ่ะ ครับ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยน ทำได้ แต่ส่วนใหญ่ คือ ใช้ ตามเวทีต่าง ๆที ซึ่งต้องการความดังด้วยครับ ถ้าเล่นตามบ้าน อาจจะเกินไปนะครับ เพราะ ราคาค่อนข้างแพงกว่า Combo ครับ




มาเริ่มดีดเบสกันเถอะ

เทคนิคมือซ้าย

มือซ้าย และ นิ้วมือ การกดตามช่องของเฟร็ต ควรพยายามกดที่ด้าน หลัง ของ เฟร็ต เอาไว้ โดยให้เสียงที่มั่นคงกว่า ควรฝึกการใช้นิ้วมือให้ได้ ทั้ง 4 นิ้ว นิ้วก้อย จะ เป็นนิ้ว ที่เล็ก และ แรงน้อยที่สุด ต้องฝึกให้มากมากครับ การกด ควรกดให้ สายอยู่ ชิด เหล็ก (เท่าที่จะเป็นไปได้) แรงกดพอที่เวลาดีดทำให้สายอยู่นิ่งกับเฟร็ตมากที่สุด ได้เสียนิ่ง ไม่มีมีการเคาะสาย หรือ ฮ้วนครับ


เทคนิคมือ ขวา ส่วนตัวผม ชอบ ที่จะ วาง นิ้ว อยู่ แถว ปิ๊คอัพ ตัวหน้า ครับ ถ้าวางบนตัวหลัง ก็จะให้เสียง กะความรู้สึก ที่ต่างกันจะครับลองดู การดีด สายล่าง ๆนิ้วโป้งจำเป็นต้องตามไปด้วย โดย วาง บนสายเหนือสายที่กำลัง ดีอยู่ เทคนิค นี้ลองฝึกดูนะครับ แต่ เทคนิคต่าง ๆนี่ไม่มีการตายตัวครับ ขอให้เล่นแล้ว ตัวเองถนัดที่สุด กับควบคุมเบสได้ดี ก็เอาเป็นว่าใช้ได้ครับ อย่าง John Myung (Dream Theater) เล่นเบส 6 สาย โดยวาง นิ้วโป้งไว้บน ปิ๊คอัพ เท่านั้น ไม่เลื่อนตามครับ อืม แต่ ก็สามารถ ควบคุมเบสได้ดีครับ

ต่อไปนี้ขาดไม่ได้เลยครับ Metronome เป็นเครื่องกำหนดจังหว่ะ ให้เราครับ มีหลายแบบมาก ครับ








ดั้งเดิมจะเป็นแบบเข็มตีไปมาครับ เดี๋ยวนี้จะมีแบบ Digital ติ๊ด ๆครับ ติดมากะที่ตั้งสายก็มี หรือ ว่า มากะ เอฟเฟ๊ค(เครื่องช่วยแปลงเสียงใช้ต่อก่อนเข้าลำโพง)ครับ ตัวเลขก็คือ ความเร็วของจังหว่ะ (Tempo) ตัวเลขเท่าไหร่ก็หมายความว่ามีกี่จังหว่ะต่อนาทีครับ อย่าง 60 ก็จะเท่ากับความเร็วของนาฬิกานั่นเอง


บางคนใช้ โปรแกรม เป็นเสียงกลองตีตามจังหว่ะต่าง ๆก็โอเคนะครับ ลองหาดูทางอินเตอร์เน็ต

Metronome จำเป็นมาก ๆครับจะช่วยให้เราเป็นนักดนตรีที่รักษาจังหว่ะได้ดี จำเป็นต่อการฝึกมากครับ ไม่ว่าจะฝึกเครื่องดนตรีอะไรก็จำเป็นนะครับ ซื้อไว้เลยครับ


สรุป บทนี้ขอจบเพียงเท่านี้ สามารถติชมได้ครับ บทความอาจอัพเดตได้ตลอดเวลานะครับ
ถ้าชอบบทความนี้และคิดว่ามีประโยชน์กับคุณ ยังไงช่วย Donate ให้เจ้านายผมหน่อยนะครับ เป็นค่าอาหารเม็ดของผมคร้าบ 55 เจอกันบทความหน้านะครับ






7 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับ ทำให้ผมรู้เรื่องเกี่ยวกับเบสเยอะขึ้น ไม่ใช่แค่ดีดเป็นอย่างเดียว

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

พี่คับผมอยากเล่นเบสเก่งๆอ่ะ ผมเพิ่งหัด เล่น อ่ะ ช่วยสอนแบบ ว่า สา มา รถ แกะ ตามเนื้อเพลงไห้ ได้ที ได้ ม้ะ คับ พี่

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ใน หนัง สือ มาน มีแต่ คอด กี ต้า อ่ะคับ จ่ะ แกะ เปน เบส ได้ ไหม ถ้า ได้ ทำไ งอ่ะคับ

nooaye กล่าวว่า...

พี่ค่ะขอบคุณมากค่ะ พี่ทำให้ฝีมือการเล่นเบสของหนูพัฒนาขึ้นค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากพี่ผมเอาไปทำรายงานส่งครูสบายเลย^^

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณค่ะ. กำลังสนใจพอดี ยังอยู่ในขั้นทำความรู้จักกับเบสค่ะ

Kittichai Tonkeaw กล่าวว่า...

ลองเล่นดูแล้ว เล่นไปเรื่อย(สายเดียว)ก็เป็นเพลงเว๊ยเฮ้ย เจ๋งๆ